ภาษาไทยไม่มีแนวคิดเรื่องตัวพิมพ์ใหญ่กับตัวพิมพ์เล็กเลย ตัวอักษรไทยแต่ละตัวมีรูปแบบเดียว ดังนั้นตัวเลือก "ตัวพิมพ์ใหญ่ (A-Z)" ในเครื่องมือสร้างรหัสผ่านจึงเป็นแนวคิดที่แปลกสำหรับผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับแป้นพิมพ์ไทย (Kedmanee) เป็นหลัก — พวกเขาต้องนึกถึงมันในฐานะกฎของภาษาอังกฤษที่ยืมมาใช้กับรหัสผ่าน ไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่แล้วในภาษาแม่ของตัวเอง
เอนโทรปีของรหัสผ่านคืออะไร
เอนโทรปีวัดเป็นบิตและขึ้นอยู่กับขนาดของชุดตัวอักษรและความยาวของรหัสผ่าน: เอนโทรปี = log2(ขนาดชุดตัวอักษร ^ ความยาว) รหัสผ่านที่ยาวกว่าด้วยชุดตัวอักษรที่เล็กกว่า (เช่น ตัวพิมพ์เล็กเท่านั้น) อาจมีเอนโทรปีสูงกว่ารหัสผ่านสั้นที่มีชุดตัวอักษรซับซ้อน
ทำไมรหัสผ่านจึงยังคงใช้ตัวอักษรละตินเท่านั้น
แม้ระบบส่วนใหญ่ในไทยจะรองรับข้อความไทยแบบเต็มรูปแบบ แต่ช่องกรอกรหัสผ่านมักยังจำกัดเฉพาะอักขระ ASCII เพราะแป้นพิมพ์ Kedmanee ต้องกดปุ่ม Shift หรือสลับโหมดภาษาเพื่อพิมพ์อักขระไทยกับละตินสลับกัน การผสมอักษรไทยเข้าไปในรหัสผ่านจะเพิ่มโอกาสพิมพ์ผิดจากการลืมสลับภาษา มากกว่าจะเพิ่มความปลอดภัยที่แท้จริง
เหตุใดตัวสร้างรหัสผ่านจึงยังผสมประเภทตัวอักษร
หลายระบบกำหนดให้ต้องมีตัวเลข ตัวพิมพ์ใหญ่ และสัญลักษณ์พิเศษ — สิ่งนี้ไม่ได้เพิ่มเอนโทรปีจริงเสมอไป แต่ช่วยป้องกันการโจมตีด้วยพจนานุกรมที่ง่ายที่สุดและนโยบายเก่า ๆ ที่ยังพบได้ทั่วไป ตัวสร้างรหัสผ่านที่ดีจะสมดุลระหว่างความยาวและความหลากหลายของชุดตัวอักษรตามระดับเอนโทรปีที่ต้องการ
ทำไมต้องใช้สิ่งนี้
- สร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งสำหรับบัญชีใหม่โดยไม่ต้องพึ่งความจำของมนุษย์
- เข้าใจว่าเหตุใดข้อกำหนด "อย่างน้อยหนึ่งตัวเลขและสัญลักษณ์" จึงไม่ใช่ปัจจัยความปลอดภัยที่สำคัญที่สุด
- ประเมินความต้านทานที่แท้จริงของรหัสผ่านที่มีอยู่ต่อการโจมตีแบบกำลังดุร้าย
พาสเฟรสเทียบกับอักขระสุ่ม
พาสเฟรสที่ประกอบด้วยคำศัพท์สุ่มหลายคำ (เช่น "correct-horse-battery-staple") อาจมีเอนโทรปีสูงกว่ารหัสผ่านสั้น ๆ ที่มีอักขระพิเศษ และในขณะเดียวกันก็จดจำได้ง่ายกว่ามากสำหรับมนุษย์ สำหรับรหัสผ่านที่เก็บไว้ในโปรแกรมจัดการรหัสผ่านและไม่เคยพิมพ์ด้วยมือ เรื่องนี้ไม่สำคัญ — อักขระสุ่มให้เอนโทรปีต่ออักขระสูงกว่า แต่สำหรับ "รหัสผ่านหลัก" ของโปรแกรมจัดการรหัสผ่านเองที่ต้องจดจำ พาสเฟรสมักเป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้จริงมากกว่า