บทความทั้งหมด

Email Headers: SPF, DKIM และ DMARC ตรวจสอบผู้ส่งจริงอย่างไร

ทุกอีเมลแฝงประวัติทางเทคนิคที่ซ่อนอยู่ — ชุดของเฮดเดอร์ที่โปรแกรมอีเมลมักซ่อนไว้จากสายตา แต่บันทึกไว้อย่างตรงไปตรงมาว่าข้อความผ่านเซิร์ฟเวอร์ใดมาบ้าง และผู้ส่งเป็นตัวจริงตามที่อ้างหรือไม่

ทำไมหัวเรื่องบางครั้งถึงกลายเป็น "=?UTF-8?B?...?="

เฮดเดอร์อีเมลถูกออกแบบมาหลายสิบปีก่อนโดยรองรับแค่ ASCII 7 บิต จึงเขียนหัวเรื่องภาษาไทยอย่าง "นัดประชุมพรุ่งนี้" ลงในเฮดเดอร์ตรง ๆ ไม่ได้ RFC 2047 แก้ปัญหานี้ด้วยรูปแบบ "encoded word": =?UTF-8?B?4LiZ4Lix4LiU4Lib4Lij4Liw4LiK4Liladi4LiN4Liy4LiZ?= — เริ่มด้วยชื่อชุดอักขระ (UTF-8) ตามด้วย B สำหรับ Base64 หรือ Q สำหรับ quoted-printable แล้วจึงเป็นไบต์ที่เข้ารหัส อักษรไทยไม่มีการเว้นวรรคระหว่างคำเหมือนภาษาอื่น และแต่ละตัวอักษรยังกินพื้นที่ 3 ไบต์ในระบบ UTF-8 (รวมสระบนล่างและวรรณยุกต์ที่ประกอบกันเป็นตัวอักษรเดียว) ทำให้หัวเรื่องภาษาไทยที่เข้ารหัสแล้วยาวกว่าต้นฉบับมาก และเป็นสาเหตุที่เฮดเดอร์ดิบดูเหมือนอักขระที่อ่านไม่ออกจนกว่าจะถูกถอดรหัส

เฮดเดอร์ Received: แผนที่เส้นทางของข้อความ

เมลเซิร์ฟเวอร์ทุกตัวที่ข้อความผ่านจะเพิ่มเฮดเดอร์ Received ของตัวเองไว้บนสุดของรายการ — ดังนั้นการตามรอยเส้นทางจริงของข้อความจากผู้ส่งถึงกล่องขาเข้า จึงต้องอ่านเฮดเดอร์จากล่างขึ้นบน ซึ่งเป็นลำดับย้อนกลับจากตอนที่ถูกเพิ่มเข้ามา

SPF, DKIM และ DMARC: การตรวจสอบความน่าเชื่อถือสามชั้นที่แยกจากกัน

SPF (Sender Policy Framework) คือระเบียนดีเอ็นเอสของโดเมนที่ระบุว่าเซิร์ฟเวอร์ใดได้รับอนุญาตให้ส่งเมลในนามของโดเมนนั้น เฮดเดอร์ Received-SPF แสดงว่าเซิร์ฟเวอร์ผู้ส่งอยู่ในรายชื่อนั้นหรือไม่ DKIM เพิ่มลายเซ็นเข้ารหัสลงในข้อความ ซึ่งตรวจสอบได้ด้วยกุญแจสาธารณะที่เผยแพร่ในดีเอ็นเอสของผู้ส่ง เพื่อยืนยันว่าเนื้อหาไม่ถูกแก้ไขระหว่างทาง ส่วน DMARC จะบอกเซิร์ฟเวอร์ผู้รับว่าต้องทำอย่างไรกับเมลที่ไม่ผ่าน SPF หรือ DKIM — ปฏิเสธ ทำเครื่องหมายเป็นสแปม หรือส่งต่อพร้อมคำเตือน กลไกทั้งสามนี้มีประโยชน์มากในการจับอีเมลฟิชชิงที่ปลอมเป็นธนาคารหรือบริษัทขนส่งด้วยโดเมนที่คล้ายของจริง

เครื่องมือนี้มีประโยชน์อย่างไร

  • ตรวจสอบว่าอีเมลที่น่าสงสัยเป็นความพยายามฟิชชิงด้วยที่อยู่ผู้ส่งปลอมหรือไม่
  • ถอดรหัสหัวเรื่องหรือชื่อผู้ส่งที่มาในรูปข้อความอ่านไม่ออกอย่าง =?UTF-8?B?...?=
  • วินิจฉัยว่าทำไมอีเมลที่ส่งเองถึงตกไปอยู่ในโฟลเดอร์สแปมของผู้รับ

Message-ID มีไว้ทำไม

เฮดเดอร์ Message-ID คือตัวระบุที่ไม่ซ้ำกันซึ่งโปรแกรมอีเมลกำหนดให้ตอนส่งข้อความ และตามทฤษฎีแล้วจะไม่ซ้ำกับอีเมลอื่นใดในโลก มันสำคัญมากสำหรับการจัดกลุ่มบทสนทนาเป็น "เธรด" เมื่อคุณตอบกลับข้อความ โปรแกรมอีเมลจะคัดลอก Message-ID เดิมไปไว้ในเฮดเดอร์ In-Reply-To และความเชื่อมโยงนี้เองที่ทำให้บริการอีเมลแสดงข้อความเป็นบทสนทนาเดียวแทนที่จะเป็นข้อความแยกกัน

ลองใช้เครื่องมือ